ทำไมคนไทยถึงหันมากู้สินเชื่อส่วนบุคคลมากขึ้น
ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานว่าหนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 13.67 ล้านล้านบาท หลังจากมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เริ่มก่อหนี้เร็วขึ้นผ่านสินเชื่ออุปโภคบริโภคและบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือ BNPL ต่างจากอดีตที่มักเริ่มก่อหนี้ในช่วงอายุ 20 ปลายๆ
สินเชื่อส่วนบุคคลได้รับความนิยมเพราะเป็น สินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ต้องใช้คนค้ำ ไม่ต้องจำนองบ้านหรือรถ อนุมัติไว บางรายได้เงินภายในวันเดียว บางรายสมัครผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเข้าสาขา
แต่ปัญหาที่พบคือผู้กู้หลายคนไม่เข้าใจโครงสร้างดอกเบี้ยที่แท้จริง ดูแค่ "ดอกเบี้ยเริ่มต้นถูก" แล้วตัดสินใจกู้ทันที โดยไม่รู้ว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) อาจสูงกว่าที่โฆษณามาก โดยเฉพาะเมื่อรวมค่าธรรมเนียมและเบี้ยประกันต่างๆ เข้าไป
3 ข้อที่คนไทยมักพลาดเมื่อกู้สินเชื่อส่วนบุคคล
มองข้ามดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก สินเชื่อส่วนบุคคลหลายเจ้าใช้วิธีคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ซึ่งตัวเลขดูต่ำ แต่เมื่อแปลงเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอาจสูงถึงเกือบ 2 เท่า
ไม่เช็คเครดิตบูโรก่อนสมัคร ประวัติการชำระเงินสะท้อนอยู่ในเครดิตบูโร หากมีประวัติค้างชำระแม้เพียง 1-2 ครั้ง โอกาสถูกปฏิเสธหรือได้วงเงินต่ำมีสูง การรู้สถานะเครดิตของตัวเองก่อนสมัครช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับโปรไฟล์ได้
กู้เต็มวงเงินที่อนุมัติทันที การได้วงเงินสูงไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ทั้งหมด ยอดผ่อนต่อเดือนที่สูงเกิน 30-40% ของรายได้ มักเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาหนี้ทบหนี้
เปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคลในไทย 2569
ก่อนตัดสินใจกู้ ควรเทียบปัจจัยเหล่านี้จากหลายเจ้า ไม่ใช่แค่ดูดอกเบี้ยตัวแรก
| ประเภทผู้ให้บริการ | ตัวอย่าง | อัตราดอกเบี้ยโดยประมาณ | เหมาะกับใคร | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|
| ธนาคารพาณิชย์ | กรุงไทย กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงศรี ซีไอเอ็มบีไทย | อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเริ่มต้นประมาณ 10-18% ต่อปี ขึ้นอยู่กับโปรโมชันและสถานะลูกค้า | ผู้มีเงินเดือนประจำ 20,000 บาทขึ้นไป ทำงานมาแล้ว 6 เดือนขึ้นไป | ดอกเบี้ยต่ำกว่ากลุ่มอื่น ระบบโปร่งใส มีสาขารองรับ | เงื่อนไขเข้มงวด เอกสารค่อนข้างเยอะ |
| บริษัทสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร | อีซี่บาย เคทีซี เงินติดล้อ | อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงสูงถึง 25% ต่อปี ตามเพดานที่ ธปท. กำหนด | ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า ผู้มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ | อนุมัติไว เอกสารน้อย วงเงินยืดหยุ่น | ดอกเบี้ยสูง ควรผ่อนระยะสั้นเท่านั้น |
| สินเชื่อดิจิทัล / แอปพลิเคชัน | FINNIX ซีไลซ์ | อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงช่วง 15-25% ต่อปี ตามระดับความเสี่ยง | คนรุ่นใหม่ที่สะดวกใช้มือถือ ต้องการความเร็ว | สมัครออนไลน์ อนุมัติไว บางรายรับเงินภายในไม่กี่ชั่วโมง | ต้องระวังเรื่องวินัยการผ่อน เพราะกู้ง่ายอาจทำให้หนี้พอกพูน |
กรณีตัวอย่าง: สมชาย อายุ 32 ปี พนักงานบริษัทเอกชนเงินเดือน 25,000 บาท เคยสมัครสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันเพราะเห็นโฆษณาว่าอนุมัติภายใน 10 นาที ได้วงเงิน 50,000 บาท ผ่อน 24 งวด ดอกเบี้ยที่แท้จริงราว 23% ต่อปี ปรากฏว่าผ่อนไป 5 งวดก็เริ่มเดือดร้อน เพราะยอดผ่อนรวมกับค่าครองชีพในกรุงเทพฯ กินรายได้เกินครึ่ง สุดท้ายต้องยื่นกู้ธนาคารเพื่อรีไฟแนนซ์มาปิดหนี้เดิม ซึ่งเสียเวลาหลายเดือน
ถ้าเขาลองเปรียบเทียบกับสินเชื่อจากธนาคารที่เงินเดือนเข้าบัญชีอยู่ก่อน อาจได้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงประมาณ 13-16% ต่อปี ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้หลายพันบาทตลอดอายุสัญญา
วิธีเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลให้เหมาะกับตัวเอง
1. เช็คภาระหนี้เดิมก่อน
คำนวณยอดผ่อนชำระหนี้ทั้งหมดต่อเดือน หากรวมหนี้ใหม่แล้วเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน ควรชะลอการกู้หรือลดวงเงินลง ธนาคารหลายแห่งใช้หลักเกณฑ์นี้ในการพิจารณาอนุมัติเช่นกัน
2. เลือกวงเงินและระยะเวลาผ่อนให้สอดคล้องกับรายได้
หลักง่ายๆ คือ ยิ่งผ่อนนาน ยอดต่องวดยิ่งน้อย แต่ดอกเบี้ยรวมยิ่งสูง ตัวอย่างเช่น กู้ 50,000 บาท หากผ่อน 12 เดือน ยอดต่องวดประมาณ 4,400-4,800 บาท แต่หากยืดเป็น 36 เดือน ยอดต่องวดลดลงเหลือราว 1,700-1,900 บาท แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
3. อ่านสัญญาให้ครบก่อนเซ็น
จุดที่หลายคนมองข้ามคือ ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน ค่าปรับชำระล่าช้า และเงื่อนไขการชำระคืนก่อนกำหนด บางเจ้ามีค่าปรับปิดบัญชีก่อนครบกำหนด สูงถึง 3-5% ของยอดหนี้คงเหลือ ควรสอบถามให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
4. ใช้บริการตรวจเครดิตบูโรล่วงหน้า
คนไทยสามารถขอตรวจเครดิตบูโรของตัวเองได้ปีละครั้งผ่านช่องทางของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ การรู้สถานะเครดิตก่อนสมัครช่วยให้ประเมินโอกาสอนุมัติและเลือกเจ้า ที่มีแนวโน้มให้วงเงินเหมาะสม
ทางเลือกสำหรับผู้ที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อ
หากสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลแล้วถูกปฏิเสธหลายครั้ง อย่าพึ่งพึ่งนายหน้าหรือแอปเงินกู้นอกระบบเด็ดขาด ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า ได้แก่
- สินเชื่อเพื่อสมาชิกสหกรณ์ สำหรับผู้ที่ทำงานในหน่วยงานที่มีสหกรณ์ออมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าแหล่งอื่นมาก
- สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์และพิโกไฟแนนซ์ ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. วงเงินไม่สูง แต่เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นสร้างประวัติเครดิต อนุมัติไว แต่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงตามเพดานที่กฎหมายกำหนด
- การปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้เดิม หากมีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อเดิมอยู่แล้ว เจ้าหนี้หลายรายมีโปรแกรมช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น ลดดอกเบี้ย ยืดระยะเวลาผ่อนชำระ
กู้อย่างฉลาดคือสร้างเครดิต ไม่ใช่สร้างภาระ
การกู้สินเชื่อส่วนบุคคลไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากใช้อย่างมีวินัย การผ่อนชำระตรงเวลาติดต่อกันช่วยสร้างประวัติเครดิตที่ดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขอกู้บ้าน กู้รถ หรือใช้บริการทางการเงินอื่นๆ ในอนาคต และอาจได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง
ก่อนกู้ทุกครั้ง ให้ถามตัวเองว่า เงินก้อนนี้จำเป็นจริงไหม มีทางเลือกอื่นที่ถูกกว่าไหม และถ้าต้องผ่อน เดือนละเท่าไหร่ถึงจะไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
สำหรับใครที่กำลังมองหาสินเชื่อส่วนบุคคล ลองเริ่มจากการสอบถามธนาคารที่เปิดบัญชีเงินเดือนอยู่ก่อน เพราะมีประวัติรายได้อยู่แล้ว มักได้เงื่อนไขที่ดีกว่าการสมัครกับที่อื่น และอย่าลืมเปรียบเทียบอย่างน้อย 2-3 แห่งก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงและเงื่อนไขที่ตรงกับความสามารถในการผ่อนชำระมากที่สุด