ทำไมคนไทยถึงหันมาสนใจสินเชื่อส่วนบุคคลมากขึ้น
จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับมีจำนวนบัญชีและยอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานในเมืองใหญ่ที่ต้องเผชิญกับค่าครองชีพสูงขึ้นทุกปี สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อนุมัติง่ายกว่าสินเชื่อบ้านหรือรถยนต์ และใช้เงินได้ทันทีไม่จำกัดวัตถุประสงค์
คนไทยส่วนใหญ่ที่ยื่นกู้มักมีเหตุผลคล้ายๆ กัน หนึ่งคือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าซ่อมบ้านที่ไม่ได้เตรียมเงินสำรองไว้ สองคือการใช้หนี้เดิมรวมเป็นก้อนเดียวเพื่อลดภาระดอกเบี้ย สามคือเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจเล็กๆ หรืออาชีพอิสระ และสี่คือค่าใช้จ่ายตามฤดูกาลอย่างค่าเทอมลูกหรือค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาล
จุดที่หลายคนพลาดคือไม่เปรียบเทียบเงื่อนไขก่อนยื่นกู้ ดันเลือกเจ้าแรกที่โฆษณาแรงๆ หรือเห็นว่าอนุมัติเร็วเป็นหลัก จนอาจเจออัตราดอกเบี้ยสูงเกินจำเป็นหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่ไม่ได้คาดคิด
สินเชื่อส่วนบุคคลแต่ละแบบต่างกันอย่างไร
ในประเทศไทยมีสินเชื่อส่วนบุคคลแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มแรกคือสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์และบริษัทไฟแนนซ์ที่อยู่ในการดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย อัตราดอกเบี้ยคิดแบบลดต้นลดดอก กลุ่มที่สองคือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์และไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นสินเชื่อวงเงินเล็กสำหรับกลุ่มที่มีรายได้น้อยหรือไม่มีสลิปเงินเดือน อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าแต่อนุมัติง่ายกว่า
สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับเป็นทางเลือกยอดนิยมของมนุษย์เงินเดือนเพราะวงเงินสูงถึง 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน อัตราดอกเบี้ยต่อปีอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ และผ่อนชำระได้นานถึง 60-72 เดือน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละสถาบันการเงิน
สินเชื่อประเภทนาโนไฟแนนซ์อย่าง FINNIX หรือสินเชื่อดิจิทัลจากแบงก์ที่ให้กู้ผ่านแอปพลิเคชัน วงเงินเริ่มต้นหลักพันถึงหลักหมื่นบาท อนุมัติไวภายในไม่กี่ชั่วโมง เหมาะกับคนที่ต้องการเงินด่วนจริงๆ แต่ต้องยอมรับดอกเบี้ยที่สูงกว่ามาก
| ประเภทสินเชื่อ | วงเงินโดยประมาณ | อัตราดอกเบี้ยต่อปี | ระยะเวลาผ่อน | เหมาะสำหรับ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|
| สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (ธนาคารพาณิชย์) | สูงถึง 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน | เริ่มต้นประมาณ 10-15% ต่อปีสำหรับลูกค้าที่มีเครดิตดี | 12-72 เดือน | มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้มั่นคง | วงเงินสูง ผ่อนยาว ดอกเบี้ยต่ำกว่า | ต้องมีเอกสารรายได้ครบ อนุมัติใช้เวลา |
| สินเชื่อส่วนบุคคลจากบริษัทไฟแนนซ์ | ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท | ประมาณ 15-25% ต่อปี | 12-60 เดือน | พนักงานที่มีรายได้ประจำ | อนุมัติเร็วกว่าธนาคาร | ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ |
| นาโนไฟแนนซ์ / สินเชื่อดิจิทัล | หลักพันถึงหลักหมื่นบาท | สูงถึง 25-36% ต่อปี | 3-24 เดือน | พนักงานรายได้น้อย ฟรีแลนซ์ | อนุมัติไว กู้ง่าย ไม่ต้องใช้เอกสารเยอะ | วงเงินน้อย ดอกเบี้ยแพงมาก |
| สินเชื่อเงินด่วนนอกระบบ | ไม่มีกำหนดชัดเจน | ไม่มีเพดานชัดเจน | ไม่แน่นอน | คนที่ถูกปฏิเสธจากระบบ | ได้เงินเร็วที่สุด | เสี่ยงสูง ผิดกฎหมาย ดอกเบี้ยโหด |
สัญญาณเตือนก่อนกู้ที่ทุกคนควรรู้
ก่อนตัดสินใจกู้สินเชื่อส่วนบุคคลสักก้อน ลองถามตัวเองสามข้อ ข้อแรกเรากู้เพราะจำเป็นจริงๆ หรือกู้เพราะอยากได้ของที่ไม่ได้จำเป็น ข้อสองถ้ากู้มาแล้วผ่อนไหวจริงหรือไม่ ลองคำนวณว่างวดต่อเดือนไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ ข้อสามเรามีแผนสำรองไหมถ้าวันหนึ่งรายได้ลดลงหรือตกงาน
อีกเรื่องที่คนไทยมักมองข้ามคือการเช็กเครดิตบูโรก่อนยื่นกู้ ประวัติชำระหนี้ที่ไม่ดีจะส่งผลต่อการอนุมัติและอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับ ถ้าพบว่าประวัติมีปัญหาควรแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนยื่นสมัครจะดีกว่า
การกู้สินเชื่อส่วนบุคคลไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าใช้อย่างมีวินัย แต่ถ้ากู้มาแล้วเอาไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยโดยไม่มีแผนชำระคืน นั่นคือจุดเริ่มต้นของหนี้ที่ยืดเยื้อ
วิธีเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลให้เหมาะกับตัวเอง
1. เช็กความจำเป็นและวงเงินที่แท้จริง
อย่ากู้เท่าที่อนุมัติได้ กู้เท่าที่จำเป็นและผ่อนไหวเท่านั้น สมมติคุณต้องการเงิน 50,000 บาทเพื่อใช้หนี้บัตรเครดิต อย่ากู้ 100,000 บาทเพราะธนาคารเสนอวงเงินให้ เพราะดอกเบี้ยที่จ่ายจะมากขึ้นโดยใช่เหตุ
2. เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทั้งหมด
อัตราดอกเบี้ยที่โฆษณากันมักเป็นอัตราโปรโมชันสำหรับลูกค้าบางกลุ่ม ควรถามรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องค่าธรรมเนียมการสมัคร ค่าประกันภัย ค่าอากรแสตมป์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจถูกบวกเข้าไป ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้มีผลต่อภาระที่แท้จริงที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน
3. เลือกระยะเวลาผ่อนที่สมเหตุสมผล
ระยะเวลาผ่อนยิ่งนานค่างวดยิ่งต่ำ แต่ดอกเบี้ยรวมยิ่งสูงขึ้น ตัวอย่างเช่นกู้ 100,000 บาท ผ่อน 24 เดือนค่างวดประมาณ 4,800 บาทต่อเดือน แต่ถ้าผ่อน 60 เดือนค่างวดลดลงเหลือประมาณ 2,400 บาทต่อเดือน แต่ดอกเบี้ยรวมที่จ่ายต่างกันหลายหมื่นบาท ควรเลือกช่วงเวลาที่พอดีกับกำลังจ่าย
4. เช็กคุณสมบัติผู้สมัครให้ครบถ้วน
สินเชื่อส่วนบุคคลแต่ละที่กำหนดคุณสมบัติต่างกัน ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ต้องการผู้สมัครอายุ 21-60 ปี มีรายได้ประจำขั้นต่ำประมาณ 15,000-20,000 บาทต่อเดือน และทำงานประจำมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ฟรีแลนซ์หรือเจ้าของธุรกิจต้องเตรียมเอกสารการเงินเพิ่มเติม เช่น ทะเบียนพาณิชย์ หรือ Statement ย้อนหลัง
เรื่องจริงจากคนที่เคยผ่านจุดนี้มา
หนึ่งในเคสที่เห็นบ่อยคือพนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ติดบัตรเครดิตหลายใบรวมหนี้ประมาณ 120,000 บาท จ่ายขั้นต่ำทุกเดือนแต่ดอกเบี้ยบานปลายจนแทบไม่คืบหน้า แนวทางที่ใช้ได้ผลคือยื่นกู้สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อรวมหนี้เป็นก้อนเดียว ผ่อน 48 เดือน ค่างวดลดลงจากเดิมที่จ่ายหลายใบรวมกัน และปิดบัตรใบเดิมเพื่อไม่ให้กลับไปใช้เพิ่ม
อีกเคสคือเจ้าของร้านกาแฟในเชียงใหม่ที่ต้องการเงินไปซื้อเครื่องชงกาแฟเพิ่ม สมัครสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ผ่านแอป วงเงิน 30,000 บาท ผ่อน 12 เดือน แม้ดอกเบี้ยจะสูงกว่าธนาคาร แต่การได้เงินไวช่วยให้ขยายกิจการทันช่วงไฮซีซันนักท่องเที่ยว รายได้ที่เพิ่มขึ้นมากพอจะชำระค่างวดและยังเหลือกำไร
เคสเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนควรกู้ แต่แสดงให้เห็นว่าถ้ามีแผนการใช้เงินและแผนชำระคืนที่ชัดเจน สินเชื่อส่วนบุคคลก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยบริหารสภาพคล่องได้จริง
ขั้นตอนสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลที่ควรรู้
ขั้นตอนการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลในไทยไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เริ่มจากเตรียมเอกสารให้ครบ ได้แก่ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 2-3 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน และเอกสารแสดงรายได้อื่นๆ ถ้าเป็นอาชีพอิสระต้องเพิ่มเอกสารการเงินของกิจการ
จากนั้นเลือกช่องทางสมัคร ปัจจุบันธนาคารส่วนใหญ่มีช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน กรอกข้อมูลและอัปโหลดเอกสารได้ทันที บางเจ้าอนุมัติเบื้องต้นภายใน 1 ชั่วโมง กรณีของพรอมิส (PROMISE) โฆษณาอนุมัติไวใน 1 ชั่วโมงสำหรับผู้ที่มีสลิปเงินเดือนเพียง 2 เดือน ส่วนธนาคารพาณิชย์อาจใช้เวลา 1-3 วันทำการในการพิจารณา
หลังอนุมัติจะมีการทำสัญญาและโอนเงินเข้าบัญชี ควรอ่านเงื่อนไขสัญญาให้ละเอียดโดยเฉพาะเรื่องอัตราดอกเบี้ย ค่างวดต่อเดือน และค่าปรับกรณีชำระล่าช้า แล้วตั้งระบบเตือนชำระค่างวดอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินเดือนเพื่อลดความเสี่ยงลืมจ่าย
สำหรับผู้ที่สนใจสินเชื่อส่วนบุคคลในต่างจังหวัด ควรสอบถามสาขาธนาคารในพื้นที่หรือใช้บริการออนไลน์ซึ่งไม่จำกัดเขตพื้นที่ การค้นหาด้วยคำว่า "สินเชื่อส่วนบุคคล อนุมัติไว" หรือ "สินเชื่อส่วนบุคคล ดอกเบี้ยต่ำ" จะช่วยให้เห็นตัวเลือกหลากหลายมากขึ้น
วิธีใช้สินเชื่ออย่างไม่ให้กลายเป็นหนี้ระยะยาว
กู้สินเชื่อส่วนบุคคลมาแล้วต้องมีวินัย ตั้งงบประมาณรายเดือนแยกหมวดค่าใช้จ่าย และจัดสรรค่างวดเป็นรายจ่ายแรกที่ต้องจ่ายก่อนอย่างอื่น หากมีรายได้พิเศษหรือโบนัส ควรนำไปโปะปิดเงินต้นเพื่อลดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในระยะยาว
อีกเทคนิคที่ใช้ได้ผลคือการรีไฟแนนซ์ เมื่อผ่อนไปสักระยะหนึ่งแล้วพบว่าที่อื่นให้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า ก็สามารถย้ายหนี้ไปยังสถาบันการเงินใหม่ได้ แต่ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายในการโอนหนี้ให้ดีว่าได้คุ้มกับส่วนต่างดอกเบี้ยหรือไม่
ที่สำคัญที่สุดคือไม่ควรกู้เพิ่มในขณะที่ยังมีหนี้เดิมค้างอยู่ ยกเว้นเป็นการรวมหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยจริงๆ มิเช่นนั้นจะวนลูปอยู่ในกับดักหนี้ไม่รู้จบ
สรุป
สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องได้จริง ถ้าเลือกใช้อย่างรอบคอบ เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงินให้ดี ประเมินกำลังผ่อนของตัวเองตามจริง และมีวินัยในการชำระค่างวดตรงเวลา สิ่งเหล่านี้คือกุญแจสำคัญที่ทำให้การใช้สินเชื่อไม่กลายเป็นภาระระยะยาว
ก่อนยื่นกู้ทุกครั้ง ลองเปิดเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลสินเชื่อส่วนบุคคลล่าสุด และอย่าลืมตรวจสอบสถานะเครดิตบูโรของตัวเองก่อนสมัคร เพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติและได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้