ปัญหาที่คนถือบัตรเจอบ่อยกว่าที่คิด
ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ร้อยละ 16 ต่อปี ฟังดูไม่สูงมากจนน่ากลัว แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่จ่ายแค่ยอดขั้นต่ำที่พิมพ์อยู่บนใบแจ้งหนี้ ยอดขั้นต่ำมักอยู่ราวร้อยละ 5-10 ของยอดค้างชำระ พอจ่ายน้อย เงินต้นก็ลดช้า ดอกเบี้ยก็เดินทุกวัน หนี้ก้อนเดิมจึงอยู่กับเรานานเป็นปีโดยไม่รู้ตัว
อีกจุดที่คนพลาดบ่อยคือโปรโมชันเงินคืน หลายใบโฆษณาเงินคืนสูงสุดในหมวดหมู่ที่คนใช้บ่อย แต่เงื่อนไขจริงคือต้องมียอดใช้จ่ายรวมต่อรอบบิลถึงระดับหนึ่งก่อน เงินคืนมักมีเพดานต่อหมวดและต่อรอบบิล และบางหมวดไม่นับรวมยอดด้วย ถ้าเลือกบัตรจากตัวเลขเงินคืนอย่างเดียวโดยไม่ดู ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำของบัตรเครดิต ที่ผูกอยู่ จะได้ผลตอบแทนน้อยกว่าที่คิด
ส่วนบริการผ่อน 0% ที่มีป้ายเต็มห้าง ทำให้หลายคนรู้สึกว่าการซื้อครั้งใหญ่ไม่ใช่หนี้ แต่ถ้าพลาดชำระงวดใดงวดหนึ่ง เงื่อนไขของ บัตรเครดิตผ่อน 0% ส่วนใหญ่จะทำให้ดอกเบี้ยย้อนกลับไปคิดตั้งแต่วันแรก และอาจมีค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้าเพิ่มอีก
ค่าธรรมเนียมที่มองไม่เห็นก็มีอยู่ อย่างค่าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศซึ่งหลายธนาคารคิดประมาณร้อยละ 2.5 ของยอดใช้จ่าย และ ค่าธรรมเนียมการเบิกเงินสดบัตรเครดิต ที่มักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดเบิกพร้อมขั้นต่ำหลักร้อยบาท แถมดอกเบี้ยเริ่มนับตั้งแต่วันที่กดเงิน ไม่มีระยะปลอดดอกเบี้ยเหมือนการใช้จ่ายปกติ
เปรียบเทียบบัตรแต่ละแบบก่อนตัดสินใจ
| ประเภทบัตร | เหมาะกับใคร | ค่าธรรมเนียมรายปีโดยทั่วไป | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|
| บัตรเครดิตเงินคืน | คนที่ใช้จ่ายหมวดเดิมซ้ำ ๆ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต น้ำมัน | หลักร้อยถึงหลักพันบาท มักยกเว้นปีแรก | เงินคืนเข้าระบบเป็นรอบ | มียอดใช้จ่ายขั้นต่ำและเพดานเงินคืนต่อหมวด |
| บัตรเครดิตท่องเที่ยว | คนที่เดินทางออกนอกประเทศปีละหลายครั้ง | หลักร้อยถึงหลักพันบาท บางรุ่นยกเว้นเมื่อมียอดใช้จ่ายต่างประเทศ | ค่าแลกเปลี่ยนเงินต่ำหรือไม่มี | เงื่อนไขยกเว้นปีถัดไปขึ้นกับยอดใช้จ่ายจริง |
| บัตรโคแบรนด์ห้างและเดลิเวอรี | คนที่สั่งอาหารหรือช้อปในเครือเดียวกันเป็นประจำ | ตั้งแต่ 0 ถึงหลักร้อยบาท | ส่วนลดและคะแนนสะสมใช้ได้จริงในเครือ | แลกสิทธิ์ได้เฉพาะร้านที่ร่วมรายการ |
| บัตรสำหรับผู้เริ่มทำงาน | พนักงานใหม่ที่ยังไม่มีประวัติเครดิต | ตั้งแต่ 0 ถึงหลักร้อยบาท | วงเงินเริ่มต้นพอเหมาะกับรายได้ | วงเงินอาจปรับขึ้นช้ากว่าบัตรอื่น |
| บัตรที่มีบริการผ่อนชำระ | คนที่ซื้อของราคาสูงเป็นครั้งคราว | หลักร้อยถึงหลักพันบาท | แบ่งจ่ายได้ตามเงื่อนไขของร้าน | พลาดชำระงวดเดียวอาจเสียดอกเบี้ยย้อนหลัง |
ตัวเลขในตารางเป็นช่วงโดยประมาณจากประกาศของธนาคารแต่ละแห่ง เพราะ ค่าธรรมเนียมรายปีบัตรเครดิต ต่างกันตามรุ่นบัตรและโปรไฟล์ผู้สมัคร ควรตรวจสอบหน้าเว็บของธนาคารผู้ออกบัตรอีกครั้งก่อนยื่นเรื่อง
คุณนัททำงานบริษัทในกรุงเทพฯ เงินเดือนประมาณสองหมื่นกว่าบาท เดิมใช้บัตรเงินคืนใบหนึ่งเพราะเห็นตัวเลขเงินคืนสูง แต่พอสรุปยอดทั้งปีพบว่าใช้จ่ายไม่ถึงเงื่อนไขในหลายรอบบิล จึงได้เงินคืนน้อยกว่าค่าธรรมเนียมรายปีที่จ่ายไป เขาเปลี่ยนมาใช้ บัตรเครดิตเงินคืนซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ผูกกับร้านที่เขาซื้อของทุกสัปดาห์ และเลือกใบที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีเมื่อมียอดใช้จ่ายครบตามที่เขาทำได้จริง
ส่วนคุณพิมซึ่งเป็นฟรีแลนซ์อยู่เชียงใหม่ เดินทางไปญี่ปุ่นปีละสองครั้ง เธอเลือก บัตรเครดิตท่องเที่ยว ที่ไม่มีค่าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และเช็กเงื่อนไขการยกเว้นค่าธรรมเนียมปีถัดไปก่อนสมัครทุกครั้ง เพราะรายได้เธอไม่คงที่ การผูกกับยอดใช้จ่ายสูงจึงไม่คุ้ม
จัดการต้นทุนบัตรด้วยวิธีที่ทำได้จริง
ตั้งชำระเต็มจำนวนอัตโนมัติตั้งแต่วันแรก วิธีนี้ตัดปัญหาการจ่ายขั้นต่ำได้ตรงจุดที่สุด ให้ผูกบัญชีเงินฝากกับบัตรและเลือกหักเต็มจำนวนทุกเดือน แล้วกันเงินส่วนนี้ไว้ในบัญชีตั้งแต่ต้นเดือน ไม่ใช่รอให้เงินเดือนเหลือก่อน ถ้ารายได้ไม่สม่ำเสมอ ให้ตั้งยอดชำระเต็มจำนวนไว้เฉพาะบัตรที่ใช้ประจำ และเก็บบัตรที่เหลือไว้สำรอง
คิดจุดคุ้มทุนก่อนเลือกบัตรที่มีค่าธรรมเนียมรายปี เอายอดใช้จ่ายต่อปีคูณอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง แล้วเทียบกับค่าธรรมเนียม ถ้าผลตอบแทนใกล้เคียงหรือต่ำกว่าค่าธรรมเนียม ให้เลือกใบที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมได้ตามเงื่อนไขที่เราทำถึงจริง วิธีนี้ช่วยให้การ เปรียบเทียบบัตรเครดิต ไม่จบที่ตัวเลขโฆษณา
ใช้ผ่อนชำระเฉพาะของที่ต้องซื้ออยู่แล้ว ถ้าตั้งใจซื้อมือถือหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่แล้ว การแบ่งจ่ายตามเงื่อนไขช่วยกระจายกระแสเงินสดได้ แต่ต้องบันทึกวันครบกำหนดทุกงวดไว้ในปฏิทินมือถือล่วงหน้าสองวัน และตรวจว่าใบแจ้งหนี้รอบนั้นมียอดผ่อนรวมอยู่จริง
ก่อนเบิกเงินสด ให้หาทางเลือกอื่นก่อนเสมอ ถ้าเป็นเรื่องฉุกเฉินจริง ให้คำนวณต้นทุนรวมทั้งค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยที่เริ่มนับทันที แล้วเทียบกับทางเลือกอื่น เช่น การใช้บัตรเดบิต โอนผ่านโมบายแบงก์กิ้ง หรือสอบถามสินเชื่อส่วนบุคคลกับธนาคารที่เรามีบัญชีอยู่ หลายกรณีต้นทุนต่ำกว่าการเบิกเงินสดด้วย บัตรเครดิต มาก
ขั้นตอนก่อนยื่นสมัครบัตรใบใหม่
- ย้อนดูรายจ่ายสามเดือนในแอปธนาคาร แล้วแยกเป็นหมวดให้ชัด หมวดที่ใช้ซ้ำทุกเดือนคือหมวดที่ควรได้ผลตอบแทน
- เช็กยอดใช้จ่ายที่ทำได้จริงต่อปี แล้วเทียบกับเงื่อนไขยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีของแต่ละใบ
- อ่านประกาศอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขการคิดเงินคืนในหน้าเว็บของผู้ออกบัตร ไม่ใช่จากโฆษณา alone
- เตรียมเอกสารให้ครบ ทั้งสลิปเงินเดือนหรือรายการเดินบัญชีย้อนหลัง และบัตรประชาชน เพื่อลดโอกาสถูกขอเพิ่มเติม
- หลังได้รับบัตร ให้ตั้งการแจ้งเตือนยอดใช้จ่ายและวันครบกำหนดชำระในมือถือทันที
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบได้จริงในไทยมีไม่กี่ที่ แต่ละที่มีประโยชน์ต่างกัน หน้าเว็บของธนาคารผู้ออกบัตรคือที่ที่ต้องดูเรื่องอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมของรุ่นบัตรนั้นโดยตรง เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยมีข้อมูลอัตราดอกเบี้ยและสถิติสินเชื่อให้เทียบภาพรวมของตลาด และถ้ามีข้อสงสัยเรื่องเงื่อนไขที่ธนาคารแจ้งไม่ชัด สามารถโทรสอบถามสายด่วนธนาคารแห่งประเทศไทย 1213 ได้
เริ่มจากใบแจ้งหนี้ที่อยู่ในมือคุณตอนนี้
ลองเปิดใบแจ้งหนี้ล่าสุด แล้วดูสามตัวเลขเรียงกัน คือยอดค้างชำระทั้งหมด ยอดขั้นต่ำที่ต้องจ่าย และวันครบกำหนด ถ้ายอดขั้นต่ำกับยอดเต็มห่างกันมาก นั่นคือจุดที่ดอกเบี้ยกำลังทำงานอยู่กับคุณ ให้เริ่มจากการชำระให้เกินยอดขั้นต่ำในรอบนี้ก่อน แล้วค่อยพิจารณาว่าบัตรที่ถืออยู่ให้ผลตอบแทนคุ้มกับค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปหรือไม่ ถ้ายังไม่คุ้ม การเปลี่ยนไปใช้ บัตรเครดิต ที่ตรงกับรายจ่ายจริงของคุณอาจช่วยให้ทุกบาทที่จ่ายไปมีค่ามากขึ้น และถ้าต้องการความมั่นใจก่อนตัดสินใจ ลองปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่ธนาคารซึ่งคุณมีบัญชีอยู่ หรือโทรสอบถามสายด่วนของธนาคารนั้นโดยตรง เพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ตรงกับรุ่นบัตรที่คุณสนใจจริง ๆ