มองตลาดบัตรเครดิตให้เห็นภาพก่อนตัดสินใจ
ในบ้านเรา ธนาคารเกือบทุกแห่งออกแคมเปญบัตรเครดิตใหม่แทบทุกไตรมาส ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดร้านอาหาร เงินคืนจากการสั่งอาหารออนไลน์ หรือคะแนนแลกตั๋วเครื่องบิน แปลว่าผู้ถือบัตรมีตัวเลือกเยอะกว่าที่คิด แต่ตัวเลือกที่เยอะก็มาพร้อมเงื่อนไขที่อ่านข้ามได้ง่ายเช่นกัน
อีกเรื่องที่ฝังอยู่ในพฤติกรรมคนไทยคือวัฒนธรรมผ่อนสินค้า ซื้อมือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่ทริปเที่ยวต่างประเทศ ก็เลือกผ่อนเป็นงวดได้ การใช้จ่ายผ่านแอปสั่งอาหาร มาร์เก็ตเพลส และร้านสะดวกซื้อกลายเป็นช่องทางหลักในชีวิตประจำวัน บัตรจึงไม่ได้มีไว้แค่ซื้อของชิ้นใหญ่ แต่ทำงานเป็นเครื่องมือจ่ายเงินรายวันไปแล้ว
ปัญหาที่เจอซ้ำ ๆ มีอยู่ไม่กี่แบบ
- สมัครหลายใบเพื่อรับของแถม แล้วลืมว่าทุกใบมีค่าธรรมเนียมรายปีและรอบบิลไม่ตรงกัน พอพลาดวันชำระก็โดนดอกเบี้ยกับค่าปรับโดยไม่ทันตั้งตัว
- เข้าใจว่าโปรผ่อน 0% ไม่มีต้นทุนเลย ความจริงคือถ้าไม่จ่ายเต็มตามเงื่อนไข ดอกเบี้ย 16% ต่อปีจะคิดกับยอดคงค้างทั้งก้อน ไม่ใช่แค่ยอดที่เหลือของสินค้าชิ้นนั้น
- ใช้วงเงินจนเต็มเกือบทุกเดือน ข้อมูลการใช้วงเงินจะถูกส่งเข้าเครดิตบูโร และกลายเป็นตัวถ่วงตอนขอสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถในอีกสองสามปีข้างหน้า
- กลุ่มฟรีแลนซ์ เจ้าของร้านออนไลน์ และอาชีพอิสระเจอปัญหายื่นเอกสาร เพราะรายได้ไม่คงที่ ทั้งที่เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำของบัตรทั่วไปอยู่ที่ราวเดือนละ 15,000 บาทสำหรับผู้สมัครสัญชาติไทย และสูงกว่านั้นสำหรับผู้ถือสัญชาติต่างชาติ
เลือกบัตรให้ตรงกับแบบการใช้ชีวิต
ก่อนเทียบผลิตภัณฑ์ ลองแยกให้ออกว่าค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ของเราไปอยู่ตรงไหน บางคนใช้จ่ายกับอาหารและเดินทางในเมืองทุกวัน อีกกลุ่มเน้นทริปต่างประเทศปีละสองครั้ง หรือมีค่าใช้จ่ายน้ำมันสูงเพราะขับรถไปทำงาน ความต่างนี้ทำให้บัตรที่เหมาะกับคนหนึ่งกลายเป็นบัตรที่ไม่คุ้มเลยสำหรับอีกคน
| ประเภทบัตร | ตัวอย่างลักษณะผลิตภัณฑ์ | ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย | เหมาะกับ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|
| บัตรเงินคืนสำหรับใช้จ่ายประจำวัน | บัตรเครดิตหลักของธนาคารพาณิชย์ เช่น บัตรระดับ Platinum ของ KBank | ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีเมื่อมียอดใช้จ่ายครบ 12 ครั้งต่อปี ดอกเบี้ย 16% ต่อปี | พนักงานออฟฟิศที่จ่ายผ่านบัตรทุกวัน | ใช้จ่ายเล็กน้อยก็สะสมสิทธิ์ได้ เงื่อนไขยกเว้นค่าธรรมเนียมทำได้ไม่ยาก | ต้องนับจำนวนครั้งให้ครบ ไม่อย่างนั้นมีค่าธรรมเนียมรายปีตามเงื่อนไข |
| บัตรสะสมแต้มและบัตรสายเดินทาง | บัตรเครดิตที่ร่วมกับสายการบินหรือแพลตฟอร์มท่องเที่ยว เช่น กลุ่ม CardX และบัตรร่วมแบรนด์อื่น | ดอกเบี้ย 16% ต่อปี มีเงื่อนไขยอดใช้จ่ายขั้นต่ำรายเดือน | คนที่เดินทางบ่อยและจองโรงแรมออนไลน์ | แลกไมล์ ส่วนลดโรงแรม และสิทธิ์ในเลานจ์ | คะแนนมีอายุจำกัดและอัตราแลกเปลี่ยนไม่คงที่ ต้องเช็กก่อนใช้ |
| บัตรที่เน้นระบบผ่อนชำระ | โปรแกรมผ่อนของบัตร ICBC (Thai) | ผ่อน 0% นาน 3 เดือน หรือ 0.65% ต่อเดือนสำหรับ 6 และ 10 เดือน ยอดขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อรายการ และยอดรวม 3,000 บาท | คนที่ซื้อของชิ้นใหญ่แบบวางแผนล่วงหน้า | กระจายภาระได้โดยไม่ต้องใช้สินเชื่ออื่น | ต้องเป็นรายการที่รูดผ่านบัตรและ billed ในสกุลเงินบาทเท่านั้น และไม่ครอบคลุมทุกหมวดค่าใช้จ่าย |
| บัตรกดเงินสด | ผลิตภัณฑ์เงินสดหมุนเวียนของธนาคาร | อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมสูงกว่าบัตรเครดิตอย่างชัดเจน | ใช้เป็นเงินสำรองยามฉุกเฉินเท่านั้น | รับเงินสดได้เมื่อจำเป็น | ไม่ควรใช้เป็นเงินใช้จ่ายประจำ เพราะต้นทุนสูงและพอกพูนเร็ว |
เคสที่เจอบ่อยในหมู่พนักงานออฟฟิศคือถือบัตรสามใบจากสามธนาคาร แต่ใช้จริงเพียงใบเดียว อีกสองใบมีค่าธรรมเนียมรายปีและไม่มีสิทธิ์ที่ได้ใช้ ทางแก้ไม่ใช่การยกเลิกทั้งหมด แต่คือเก็บใบที่ตรงกับค่าใช้จ่ายหลักไว้หนึ่งใบ เพิ่มบัตรเสริมอีกหนึ่งใบเฉพาะด้าน เช่น บัตรที่ให้สิทธิ์ร้านอาหารหรือเดินทาง แล้วปิดใบที่เหลือก่อนรอบต่ออายุ
ส่วนคนที่อยู่ต่างจังหวัด ภาพจะต่างออกไปเล็กน้อย พนักงานขายในภูเก็ตหรือเชียงใหม่มักมีรายได้ที่ผันผวนตามฤดูกาล การเลือกบัตรที่วงเงินไม่สูงจนเกินไปและมีระบบติดตามยอดใช้จ่ายผ่านแอปจะช่วยได้มากกว่าบัตรที่ให้คะแนนเยอะแต่ต้องใช้จ่ายขั้นต่ำสูง
วิธีใช้บัตรให้คุ้มและไม่กลายเป็นภาระ
ขั้นตอนที่ไม่ต้องใช้ความรู้การเงินลึกเลย แต่ช่วยได้จริง
- เช็กภาระหนี้ต่อรายได้ก่อนยื่นใบสมัคร ธนาคารมักพิจารณาว่าภาระผ่อนต่อเดือนไม่ควรเกินสัดส่วนที่กำหนด และดูประวัติการชำระจากเครดิตบูโรด้วย
- ตรวจรายงานเครดิตของตัวเองได้ผ่านแอป MyMo หรือสาขาของธนาคารออมสินทั่วประเทศ ซึ่งเป็นช่องทางที่ให้บริการขอข้อมูลเครดิตและคะแนนเครดิตจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ควรทำก่อนสมัครอย่างน้อยหนึ่งรอบ เพื่อดูว่ามีบัญชีค้างชำระที่ตัวเองลืมหรือไม่
- ตั้งการแจ้งเตือนยอดใช้จ่ายและวันครบกำหนดในแอปของธนาคาร แล้วผูกบัญชีออมทรัพย์เพื่อจ่ายอัตโนมัติ จะช่วยลดโอกาสพลาดวันชำระได้มาก
- กำหนดเพดานการใช้จ่ายของตัวเองไว้ที่ประมาณหนึ่งในสามของวงเงิน แล้วถือเป็นกฎตายตัว วิธีนี้ทำให้คะแนนเครดิตไม่ถูกกดจากอัตราการใช้วงเงินที่สูงเกินไป
- ก่อนกดผ่อน 0% ให้คำนวณยอดที่ต้องจ่ายแต่ละงวดเทียบกับรายได้ที่แน่นอนของเดือนนั้น ถ้างวดใดงวดหนึ่งทำให้ต้องจ่ายขั้นต่ำของบัตรใบอื่นด้วย แปลว่าแผนนี้ตึงเกินไปแล้ว
อีกจุดที่คนมักมองข้ามคือการอ่านเงื่อนไขการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้ครบ ทั้งจำนวนครั้งที่ต้องรูด หมวดค่าใช้จ่ายที่นับ และช่วงเวลาที่ต้องทำให้ครบ บางใบกำหนดให้ทำรายการภายในปีบัตรแต่ละปี ซึ่งไม่ตรงกับปีปฏิทิน
เริ่มจากบัตรใบเดียวที่จ่ายไหวทุกงวด
บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เงินไหลลื่นขึ้นได้จริง ถ้าเลือกให้ตรงกับพฤติกรรมและจ่ายเต็มจำนวนทุกครั้งที่ทำได้ สิ่งที่ต้องมองก่อนสมนาคุณคือเงื่อนไขหลังบ้าน ทั้งค่าธรรมเนียมรายปี อัตราดอกเบี้ย 16% ต่อปี และผลที่จะเกิดกับประวัติเครดิตของเราในระยะยาว
เริ่มง่าย ๆ จากสำรวจยอดใช้จ่ายสามเดือนย้อนหลังของตัวเอง แล้วดูว่าบัตรที่มีอยู่หรือบัตรที่กำลังจะสมัครให้สิทธิ์ตรงกับยอดนั้นจริงหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือไม่ตรง การรออีกหนึ่งรอบบิลเพื่อเลือกให้ชัดกว่าย่อมคุ้มกว่าเสมอ