ภาพรวมการใช้บัตรเครดิตของคนไทยตอนนี้
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า บัตรเครดิตในระบบมีอยู่ราว 24 ล้านใบ และมีสัดส่วนหนึ่งที่ถูกจัดเป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน ตัวเลขนี้บอกอะไรได้ชัดเจน คือปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการไม่มีบัตร แต่มาจากการไม่รู้เงื่อนไขของบัตรที่ตัวเองถือ
หลายคนยังเข้าใจผิดว่าเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำสำหรับบัตรทั่วไปอยู่ที่ 30,000 บาท ในขณะที่หน้าเว็บของธนาคารหลายแห่งระบุชัดว่า ผู้สมัครชาวไทยต้องมีรายได้ต่อเดือนอย่างน้อย 15,000 บาท สำหรับบัตรระดับ platinum ส่วนผู้สมัครชาวต่างชาติมักต้องมีรายได้ราว 50,000 บาทขึ้นไป และบัตรระดับ signature อย่าง OneSiam Signature หรือ THE PASSION อยู่ที่ราว 70,000 บาท
ความแตกต่างของแต่ละพื้นที่ก็ชัดเจน คนทำงานในกรุงเทพฯ souvent ใช้บัตรกับเดลิเวอรี่ รถไฟฟ้า MRT และ BTS มากกว่าการใช้เงินสด ส่วนพนักงานโรงแรมและฟรีแลนซ์ในเชียงใหม่หรือภูเก็ตเจอปัญหาเดียวกัน คือไม่มีสลิปเงินเดือนประจำให้ยื่น ทั้งที่รายได้จริงสูงกว่าเกณฑ์
อีกจุดที่คนมักมองข้ามคือสิทธิประโยชน์ที่ดูหรู แต่ผูกเงื่อนไขหลายชั้น เช่น ต้องลงทะเบียนผ่าน SMS ก่อนใช้จ่าย ต้องมียอดขั้นต่ำต่อใบเสร็จ หรือมีเพดานเงินคืนต่อเดือนและต่อใบ ใครอ่านไม่ครบก็อาจใช้จ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้สิทธิ์ที่จริง ๆ แล้วได้น้อยกว่าที่คิด
ทางเลือกที่เหมาะกับรายได้ 15,000 บาท
การเลือกบัตรให้ตรงกับไลฟ์สไตล์สำคัญกว่าการเลือกใบที่โฆษณาหนักที่สุด ตารางด้านล่างเปรียบเทียบตัวเลือกที่พบบ่อยในตลาดไทย
| ประเภทบัตร | ตัวอย่างบัตร | รายได้ขั้นต่ำ | ค่าธรรมเนียมรายปี | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|
| บัตรเงินคืนหมวดน้ำมัน | KTC – Bangchak Platinum Mastercard | 15,000 บาท/เดือน | ฟรี | เครดิตเงินคืน 1% ที่ปั๊มบางจาก ประกันการเดินทาง และสิทธิ์ร้านอาหารในโรงแรม | เงินคืนจำกัดเฉพาะหมวดน้ำมัน |
| บัตรทั่วไประดับ platinum | KBank Platinum | 15,000 บาท/เดือน (ชาวต่างชาติ 50,000) | ฟรี เมื่อใช้จ่ายครบ 12 ครั้งต่อปี | ผ่อน 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการได้สูงสุด 10 เดือน | ต้องทำยอดใช้จ่ายให้ครบเงื่อนไขทุกปี |
| บัตรสายท่องเที่ยว | KTC x Agoda World Rewards Mastercard | 50,000 บาท/เดือน | ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขธนาคาร | สถานะ AgodaVIP Platinum และแลก AgodaCash ด้วยคะแนน | ต้องมีรายได้สูงและจ่ายค่าที่พักบ่อยจึงคุ้ม |
| บัตรสายการบิน | KTC x Bangkok Airways Visa Signature | 50,000 บาท/เดือน | ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขธนาคาร | สะสมไมล์และสิทธิ์เดินทาง | คุ้มเฉพาะคนที่บินเส้นทางในเครือเป็นประจำ |
| บัตรแบบมีเงินค้ำประกัน | บัตรเครดิตที่มีเงินฝากค้ำของธนาคารหลายแห่ง | พิจารณาจากเอกสารรายได้ | ตามที่ธนาคารกำหนด | เหมาะกับฟรีแลนซ์ที่ไม่มีสลิป ช่วยสร้างประวัติเครดิตบูโร | วงเงินมักสัมพันธ์กับเงินค้ำประกัน |
พี่แนน พนักงานบัญชีวัย 29 ที่ทำงานย่านรามคำแหง เล่าให้ฟังว่าเธอยื่นบัตรออนไลน์ผ่านแอปธนาคารตอนเงินเดือน 18,000 บาท ใช้เวลาราวห้าวันก็รู้ผล ได้วงเงินเริ่มต้นไม่สูง แต่เธอตั้งจ่ายเต็มจำนวนทุกเดือน จึงไม่เสียดอกเบี้ยเลย และยังได้ผ่อน 0% ตอนซื้อมือถือเครื่องใหม่ด้วย
คุณต้น พนักงานโรงแรมในกะตะ ภูเก็ต ใช้บัตรใบเดียวกับปั๊มน้ำมันเพราะต้องขับรถไปทำงานทุกวัน เงินคืนที่ได้ไม่มาก แต่ได้ทุกเดือนแบบไม่ต้องคิดมากและไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี
ส่วนคุณใหม่ ฟรีแลนซ์รับงานออกแบบในเชียงใหม่ เลือกเริ่มจาก บัตรเครดิตแบบมีเงินค้ำประกัน เพราะยื่นสลิปเงินเดือนไม่ได้ เธอใช้จ่ายสม่ำเสมอและจ่ายเต็มทุกงวด ผ่านไปราวปีหนึ่งก็ขอยื่นบัตรปกติใหม่ได้ด้วยประวัติเครดิตที่ดีขึ้น
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ คือดอกเบี้ยบัตรเครดิตในไทยถูกกำหนดเพดานไว้ที่ประมาณ 16% ต่อปี และยอดชำระขั้นต่ำที่หลายธนาคารเรียกเก็บอยู่ราว 8% ของยอดคงค้าง ถ้าจ่ายแค่ขั้นต่ำทุกเดือน เงินต้นจะลดช้ามาก ดอกเบี้ยจะสะสมจนกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว
ขั้นตอนยื่นสมัครและวิธีใช้แบบไม่จ่ายดอกเบี้ย
เริ่มจากตรวจรายงานเครดิตของตัวเองก่อน คนไทยสามารถขอรายงานเครดิตบูโรได้ปีละ 3 ครั้ง ผ่านช่องทางของศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ถ้าเจอหนี้ค้างหรือบัตรเก่าที่ไม่ได้ปิด ให้เคลียร์ก่อนยื่นใบใหม่ เพราะประวัติการค้างชำระมีผลโดยตรงต่อการอนุมัติ
เตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรก พนักงานประจำใช้สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน รายการเดินบัญชี และหนังสือรับรองเงินเดือน ฟรีแลนซ์เตรียมหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายหรือแบบแสดงรายการภาษีพร้อมรายการเดินบัญชีที่แสดงรายได้สม่ำเสมอ
เรื่องภาระหนี้ต่อเดือน หลายธนาคารมองว่าควรอยู่ต่ำกว่าราว 40% ของรายได้ ถ้ามีผ่อนรถหรือผ่อนคอนโดอยู่แล้ว การยื่นบัตรเพิ่มอาจทำให้สัดส่วนนี้เกินเกณฑ์และถูกปฏิเสธได้ ลองปิดสินเชื่อดอกสูงก่อน
เลือกบัตรเพียงใบเดียวที่ตรงกับการใช้จ่ายจริง ถ้าเติมน้ำมันทุกสัปดาห์ บัตรหมวดน้ำมันคุ้มกว่า บัตรที่ให้คะแนนสะสมทั่วไป ถ้าสั่งอาหารเดลิเวอรี่บ่อย ให้ดูว่าแบรนด์นั้นอยู่ในรายชื่อร้านค้าที่ร่วมรายการหรือไม่ และอ่านเงื่อนไขการลงทะเบียนให้ครบก่อนใช้จ่าย เพราะสิทธิ์หลายรายการต้องลงทะเบียนล่วงหน้าทาง SMS หรือแอป
ตั้งหักบัญชีอัตโนมัติเพื่อจ่ายเต็มจำนวนทุกเดือน แล้วตั้งเตือนในปฏิทินก่อนวันครบกำหนดราว 3 วัน วิธีนี้ตัดปัญหาลืมจ่ายและค่าปรับล่าช้าไปได้เลย
ระวังการกดเงินสดจากบัตร เพราะนอกจากดอกเบี้ยที่นับตั้งแต่วันที่กดแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดอีกราว 3% ของยอดที่กด และมักไม่มีช่วงปลอดดอกเบี้ยเหมือนการใช้จ่ายปกติ
สำหรับค่าธรรมเนียมรายปี บัตรหลายใบยกเว้นให้เมื่อใช้จ่ายครบตามจำนวนครั้งที่กำหนด ถ้าปีไหนใช้ไม่ถึงเกณฑ์ โทรสอบถามฝ่ายบริการบัตรของธนาคารก่อนต่ออายุ มีโอกาสได้รับยกเว้นหรือส่วนลดแทนการจ่ายเต็มจำนวน
ช่องทางสมัครที่สะดวกในปัจจุบันคือผ่านแอปของธนาคารด้วยระบบยืนยันตัวตนออนไลน์ ใช้เวลากรอกไม่นาน แต่ถ้าอยากปรึกษาเรื่องวงเงินหรือเอกสารเพิ่มเติม เดินเข้าเคาน์เตอร์ในห้างอย่างเซ็นทรัล พระราม 9 สีลม เมญ่า เชียงใหม่ หรือเซ็นทรัล ภูเก็ตก็ได้ พนักงานจะช่วยประเมินว่าควรยื่นใบไหนก่อน
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มตรงไหน ลองตรวจเครดิตบูโรและดูยอดใช้จ่ายย้อนหลังสามเดือนของตัวเองก่อน แล้วค่อยเลือกยื่นบัตรใบเดียวที่ตรงกับหมวดที่ใช้เงินจริงมากที่สุด การมีบัตรหนึ่งใบที่จ่ายเต็มทุกเดือนมีค่ามากกว่าการถือหลายใบแล้วจ่ายขั้นต่ำทั้งนั้น