ภาพรวมตลาดบัตรเครดิตไทย
เมืองไทยมีบัตรเครดิตให้เลือกหลายสิบใบ ตั้งแต่บัตรแพลตินัมของธนาคารใหญ่ ไปจนถึงบัตรร่วมกับห้างค้าปลีกและสายการบิน แต่ละใบแข่งกันด้วยโปรโมชั่นเงินคืน คะแนนสะสม และส่วนลดร้านอาหาร ทำให้หลายคนถือบัตรสามสี่ใบโดยไม่รู้ว่าตัวเองจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีไปเท่าไร
สิ่งที่ผู้สมัครควรรู้ก่อนอื่นคือเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ ซึ่งสถาบันการเงินส่วนใหญ่ในไทยกำหนดไว้ที่ 15,000 บาทต่อเดือน สำหรับพนักงานประจำ ส่วนอาชีพอิสระและเจ้าของธุรกิจจะใช้เอกสารยื่นภาษีหรือรายการเดินบัญชีแทนสลิปเงินเดือน
อีกจุดที่คนมักเข้าใจผิดคือ "เงินคืน" กับ "ดอกเบี้ย" ไม่ได้หักล้างกันง่าย ๆ ถ้าคุณจ่ายขั้นต่ำทุกเดือน เงินคืนที่ได้ไม่ถึงหลักสิบ แต่ดอกเบี้ยคิดที่อัตรา 16% ต่อปี บนยอดคงค้างทั้งก้อน ตัวเลขสองตัวนี้อยู่คนละหน่วยวัดกันโดยสิ้นเชิง
ปัญหาที่คนถือบัตรเจอบ่อย
กลุ่มแรกคือพนักงานออฟฟิศอายุ 25-35 ปีในกรุงเทพฯ ที่สมัครบัตรเพราะอยากได้ส่วนลดร้านกาแฟ แต่สุดท้ายใช้จ่ายเกินตัวเพราะเห็นวงเงินสูง กลุ่มที่สองคือฟรีแลนซ์และเจ้าของร้านค้าออนไลน์ ซึ่งรายได้ไม่คงที่ ทำให้บางเดือนจ่ายเต็ม บางเดือนจ่ายขั้นต่ำ กลุ่มที่สามคือคนที่ถือบัตรหลายใบจนลืมวันครบกำหนดแต่ละใบ
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือการจ่ายแค่ยอดขั้นต่ำติดต่อกันหลายเดือน โดยเฉพาะช่วงที่รายได้สะดุด หลายคนคิดว่าจ่ายขั้นต่ำแล้วปลอดภัย แต่ความจริงคือยอดหนี้จะลดช้ามากจนอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะหมด
อีกเรื่องคือค่าธรรมเนียมรายปี บัตรระดับแพลตินัมบางใบเก็บหลักพันถึงหลักหมื่นบาทต่อปี ถ้าใช้จ่ายไม่ถึงเกณฑ์ยกเว้น ค่าธรรมเนียมนี้จะถูกเรียกเก็บแบบเงียบ ๆ ในรอบบิลต้นปี
เทียบบัตรแบบต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจ
| ประเภทบัตร | ตัวอย่างการใช้งาน | ค่าธรรมเนียมรายปี (ช่วง) | เหมาะกับ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|
| บัตรเงินคืนพื้นฐาน | ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน | ฟรีถึงประมาณ 1,000 บาท | พนักงานรายได้ 15,000-30,000 บาท | เงินคืนใช้ได้จริงกับซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ | อัตราเงินคืนสูงมักมีเพดานต่อเดือน |
| บัตรคะแนนสะสม | แลกตั๋วเครื่องบินหรือสินค้า | ประมาณ 500-2,000 บาท | คนที่ใช้จ่ายประจำสม่ำเสมอ | แลกของรางวัลได้หลากหลาย | คะแนนหมดอายุและใช้อัตราแลกที่ไม่คุ้มเสมอ |
| บัตรแพลตินัม | สิทธิ์เลานจ์ ส่วนลดโรงแรม | ประมาณ 1,000-4,000 บาท | ผู้เดินทางบ่อย | สิทธิ์การเดินทางและประกันอุบัติเหตุ | ต้องทำยอดใช้จ่ายถึงเกณฑ์ยกเว้นรายปี |
| บัตรsecured (ใช้เงินค้ำ) | ฝากเงินค้ำแล้วได้วงเงิน | ขึ้นกับธนาคาร | คนรายได้ไม่ถึงเกณฑ์หรืออาชีพอิสระ | สร้างประวัติเครดิตได้ | ต้องล็อกเงินค้ำไว้ตลอดอายุบัตร |
ตัวเลขค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นช่วงที่พบทั่วไปในตลาด อัตราจริงขึ้นกับธนาคารและโปรโมชั่นแต่ละช่วง ควรตรวจสอบประกาศอัตราของธนาคารก่อนสมัครทุกครั้ง
เลือกให้ตรงกับรายจ่ายจริง
เริ่มจากดูก่อนว่าคุณใช้อะไรบ่อยที่สุด ถ้าเดือนหนึ่งจ่ายค่าซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อหลายพันบาท บัตรเงินคืนที่ให้ผลตอบแทนกับหมวดนั้นจะคุ้มกว่าบัตรคะแนนสะสมที่ต้องแลกของรางวัล
คุณนภัส พนักงานบริษัทในย่านอโศก เล่าว่าเธอเคยถือบัตรสามใบพร้อมกัน เพราะเห็นโปรโมชั่นส่วนลดร้านอาหาร แต่พอทำบัญชีรายจ่ายจริงกลับพบว่าใบที่ใช้บ่อยที่สุดคือใบที่ให้เงินคืนกับซูเปอร์มาร์เก็ต เธอจึงยกเลิกอีกสองใบและเก็บไว้ใบเดียว ทำให้ค่าธรรมเนียมรายปีลดลงและจ่ายบิลเต็มจำนวนได้ทุกเดือน
สำหรับคนที่ทำงานอิสระหรือรายได้ไม่นิ่ง ควรเลือกรุ่นที่เงื่อนไขยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีไม่ผูกกับยอดใช้จ่ายสูงเกินไป และควรตั้งการแจ้งเตือนวันครบกำหนดชำระในมือถือ เพราะค่าปรับล่าช้าและการเสียประวัติเครดิตมีผลต่อการขอสินเชื่อในอนาคต
ส่วนคนที่เพิ่งเริ่มใช้บัตรและยังไม่มีประวัติเครดิต บัตรที่ใช้เงินค้ำเป็นทางเลือกที่หลายธนาคารในไทยเปิดให้ แม้วงเงินจะไม่สูง แต่ช่วยสร้างประวัติการชำระที่ดีได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สถาบันการเงินดูตอนพิจารณาสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถในภายหลัง
ขั้นตอนใช้งานให้ปลอดภัย
- อ่านประกาศอัตราของธนาคารก่อนสมัคร ทุกธนาคารมีหน้าอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแยกไว้ ตรวจดูทั้งดอกเบี้ยปกติ ค่าธรรมเนียมการกดเงินสด และเงื่อนไขยกเว้นรายปี
- กำหนดเพดานรายจ่ายต่อเดือน ให้ไม่เกินสัดส่วนที่คุณจ่ายคืนได้เต็มจำนวน เพื่อไม่ต้องพึ่งการจ่ายขั้นต่ำ
- จ่ายเต็มจำนวนทุกครั้งที่ทำได้ เพราะช่วงปลอดดอกเบี้ยของบัตรส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 45-56 วัน นับจากวันที่บันทึกรายการ
- หลีกเลี่ยงการกดเงินสดด้วยบัตรเครดิต นอกจากดอกเบี้ยที่คิดทันทีจากวันทำรายการแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมการกดเงินสดอีกต่างหาก
- ติดตามยอดผ่านแอปธนาคาร และตรวจรายการผิดปกติทุกสัปดาห์ เพราะบัตรส่วนใหญ่ในไทยมีระบบยืนยันตัวตนสำหรับการซื้อออนไลน์แล้ว
- ก่อนยกเลิกบัตร ให้ตรวจยอดคงค้างและค่าธรรมเนียมที่อาจเรียกเก็บตามเงื่อนไข บางธนาคารคิดค่าธรรมเนียมรายปีล่วงหน้าและไม่คืนให้
ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ธนาคารหลายแห่งมีบริการให้คำปรึกษาที่สาขาโดยไม่ต้องนัดล่วงหน้า ส่วนต่างจังหวัดสามารถโทรสอบถามศูนย์บริการลูกค้าซึ่งเปิดให้บริการทุกวัน ทำเลและช่องทางที่สะดวกจะช่วยให้คุณตรวจสอบเงื่อนไขได้ละเอียดขึ้นก่อนตัดสินใจ
ก่อนจะเซ็นใบสมัคร
บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ดีเมื่อคุณรู้ว่าตัวเองจ่ายอะไรได้ทุกเดือน และเป็นกับดักเมื่อใช้แทนรายได้ที่ยังไม่มี เริ่มจากการดูรายจ่ายจริงสามเดือนย้อนหลัง แล้วเลือกบัตรใบเดียวที่ตอบโจทย์หมวดการใช้จ่ายหลักของคุณ ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในประกาศของธนาคารให้ครบก่อนสมัคร และถ้าคุณมีบัตรเดิมอยู่แล้ว ลองถามตัวเองว่ามีใบไหนที่ไม่ได้ใช้เกินหกเดือนหรือเปล่า การลดจำนวนบัตรลงหนึ่งใบอาจประหยัดได้มากกว่าการไล่ตามโปรโมชั่นใหม่